หลวงตามหาบัวละสังขารแล้ว สิริรวมอายุ 98ปี

Home / เลขมงคล / หลวงตามหาบัวละสังขารแล้ว สิริรวมอายุ 98ปี

หลวงตามหาบัว ละสังขารอย่างสงบแล้วเมื่อเวลาประมาณ 03.53 ของวันที่ 30 มกราคม 54

นายแพทย์ผู้ดูแลได้สรุปรายงานการรักษาไว้ดังนั้น
เวลาประมาณ 02.49 น. หลวงตามหาบัว มีอาการทรุดลง อยู่ในภาวะวิกฤติ ระดับความดันโลหิตเริ่มต่ำลง พบสมองหยุดทำงาน
เวลา 03.25 น. ตรวจพบม่านตาขยาย ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองที่ฝ่ามือและฝ่าเท้า
เวลา 03.40 น. ชีพจร 54 ครั้งต่อนาที ความดันโลหิต 38/49 มิลลิเมตรปรอท ออกซิเจนในเลือดมีค่าเท่ากับศูนย์
เวลา 03.50 น. ชีพจร 49 ครั้งต่อนาที ความดันโลหิต 38/16 มิลลิเมตรปรอท ออกซิเจนในเลือดมีค่าเท่ากับศูนย์
เวลา 03.53 นาที หัวใจหยุดเต้นและหยุดหายใจ

สำหรับประวัติของหลวงตามหาบัว

หลวงตามหาบัวกำเนิดในครอบครัวชาวนา ณ บ้านตาด อุดรธานี เมื่อวันเกิด 12 ส.ค.2456 โดยมีพี่น้อง 16 คน สมัยเด็กมีเคารพเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา เมื่อเข้าสู่วัยหนุ่ม เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงของครอบครัว ขยันขันแข็ง ทำงานอะไรทำจริงๆ จังๆ เป็นที่ไว้วางใจของพ่อแม่ในการงานทั้งปวง คู่ครอง ซึ่งแต่เดิมไม่เคยคิดจะบวช เพราะอยากมีครอบครัว แต่มักมีอุปสรรคให้แคล้วคลาดทุกทีไป

จนเมื่อมีอายุครบ 20 ปี พ่อแม่ขอร้องให้บวชตามประเพณีอยู่หลายครั้งด้วยกัน จนครั้งสุดท้าย ท่านรู้สึกสะเทือนใจและเห็นใจพ่อแม่ที่เศร้าเนื่องจากท่านไม่ยอมบวชเสียที จึงตัดสินใจยอมบวชเพื่อตอบแทนพระคุณพ่อแม่ และตั้งใจบวชเพียงระยะสั้น ๆ เมื่อวันที่ 12 พ.ค.2477 ณ วัดโยธานิมิตร อุดรธานี โดยมีท่านเจ้าคุณพระธรรมเจดีย์(จูม พันธุโล) วัดโพธิสมภรณ์ เป็นพระอุปัชฌาย์

แต่เมื่อบวชเรียนแล้ว ก็ตั้งใจศึกษาพระธรรมวินัยจนกระทั่งเกิดข้อสงสัยว่า หากท่านปฎิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้วจะสามารถบรรลุและหลุดพ้นได้ตามพระพุทธองค์หรือไม่ หลังจากเรียนพระปริยัติธรรมได้ 3ประโยค ก็จึงเปลี่ยนมาศึกษาการปฎิบัติกรรมฐานเพียงอย่างเดียว ในช่วงนี้เองที่ได้ไปศึกษากับท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต

หลังจากนั้น หลวงตามหาบัวก็ได้ดำเนินแนวทางในแนวทางปฎิบัติกรรมฐานเรื่อยมา